เรื่อง Lite สาระ

รวมเรื่องที่รู้แล้วดีแต่ไม่รู้ก็ได้ อ่านสบาย เพลินยาวๆ

พลังแห่งการทำทีละนิด

ถ้าวันนี้ผมไม่เรื่มเขียนอะไรบางอย่างคงมีคนหงุดหงิดมากๆ อยู่สองคน

คนหนึ่งคือตัวผมเองที่เสียเงินค่า Subscribe WordPress ไปหลายเดือนแล้วและยังไม่ได้เริ่มเขียนอะไรเลย ทั้งที่ตอนกดจ่ายเงินมีไฟเต็มเปี่ยม ตั้งชื่อ Blog ซะดิบดี แถมคิดไว้แล้วด้วยว่าจะเขียนเรื่อง “วิธีล้างก้นด้วยสายฉีดให้สะอาดที่สุด” เป็นเรื่องแรก แต่แล้วก็ปล่อยให้ wordpress ร้างจนแทบจำพาสเวิร์ดไม่ได้ (ขอบคุณระบบออโต้จำพาสเวิร์ดมา ณ ที่นี้)

กับอีกคนหนึ่งที่คงไม่หัวเสียเท่าไหร่แต่ออกแนวเอือมๆ เซ็งๆ นั่นก็คือ “แอดทอย” แอดมินไฟแรงแห่งเพจ “datarockie” ที่คอยปลุกปั้น เติมไฟ ใส่แรงบันดาลใจต่างๆ นาๆ ให้ผมเริ่มเขียนหรือทำอะไรสักอย่างสักที เอาหล่่ะทอย.. พี่จะเริ่มละนะ

ผมเห็นโพสต์ของทอยทุกวัน ย้ำว่าทุกวัน! ไม่ว่าจะเป็นสรุปการสัมภาษณ์ของคนเจ๋งๆ มาให้คนขี้เกียจอย่างเราอ่านง่ายๆ ย่อยไวๆ หรือจะเป็นรีวิวหนังสือ อัปเดตคอร์สเรียนใหม่ๆ ที่น่าสนใจจากทั้งโลก ฯลฯ ลงอะไรก็ไม่รู้น่าสนใจเต็มไปหมด ความรู้สึกผมคือ เฮ้ย! ทำได้ไงวะ เอาพลังมาจากไหน เคยขี้เกียจบ้างมั้ย ไม่แค่นั้น ถ้าลองอ่านดูจะรู้เลยว่าเหมือนทอยมายืนเกาะไหล่แล้วบอกเราว่าพี่ทำอะไรสักอย่างสิ พี่ทำได้ พี่สู้ๆ คือไม่ได้บอกผมคนเดียวนะ ทอยบอกทุกคนที่อ่าน ใช่ครับ ทอยกำลังส่งพลังให้ทุกคนเริ่มเขียน เริ่มเรียน เริ่มทำอะไรก็ได้ให้ตัวเองเก่งกว่าเมื่อวาน

แล้วก็บังเอิ๊ญช่วงนี้ผมสนใจเรื่องการเงินพอดีเลยได้อ่านหนังสือกับฟังพอดแคสต์เรื่องการเงินเยอะหน่อยแล้วมันก็ช่วยคลายล็อกอะไรบางอย่างให้กับผม เพราะว่ากันเรื่องการเงินส่วนบุคคล 101 คุณไม่ต้องมองให้ไกล ไม่ต้องมองว่าจะมีเงินกี่ร้อยล้าน จะหาเงินทางไหนให้ได้มากที่สุด หรือจะเอาเงินไปลงทุนอะไรดี แต่มันเริ่มจากสิ่งที่ดูแล้วเล็กจิ๋วมากๆ นั่นคือเงินสำรองครับ “เราควรมีเงินสำรองคือเงินที่เมื่อเราตกงานแล้วยังสามารถจ่ายหนี้ กินข้าว มีที่นอน หรือใช้ชีวิตได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน” แล้วเชื่อมั้ยครับเมื่อคุณเก็บเงินสำรองได้ครบ 6 เดือนหรือ 12 เดือนแล้ว ชีวิตการเงินคุณจะโลดแล่นเหมือนติดปีก เพราะหลังจากนี้มันคือการลงทุน การทำให้เงินงอกเงย คุณจะสนุกกับการจัดสรรปันส่วนว่าจะเอาเงินไปลงทุนอะไรดี อันนี้เสี่ยงน้อยลงเยอะหน่อย อันนี้เสี่ยงเยอะศึกษาดีๆ สักหน่อย เห็นมั้ยครับว่ามันเริ่มกลายเป็นเป้าหมายระยะยาวแบบอัตโนมัติ

ผมเลยเอาวิธีคิดนี้มาประยุกต์กับการใช้ชีวิตครับ ผมเริ่มอ่านมากกว่าเดิมทีละนิด เริ่มลงมือทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ อย่างเขียน Blog เริ่มทำแผนการเงินที่ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก เริ่มมีเป้าหมายระยะสั้นๆ ว่าจะเติมอะไรให้กับชีวิต หรือเอาอะไรออกไป (เช่นน้ำหนัก) ถ้าผมมัวแต่คิดใหญ่มองไกลหรือหวังแค่เพียงผลลัพธ์ ผมคงไม่ได้เริ่มอะไรสักที ซึ่งผมคิดว่าวิธีคิดนี้สามารถเอาไปใช้ได้ทุกคนนะครับ ลองแบ่งความคาดหวังออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ มีเป้าหมายระยะสั้นที่ชัดเจน เลือกที่จะเริ่มทำอะไรง่ายๆ เริ่มวันละหน่อยแต่ทำซ้ำๆ ผมคิดว่าเมื่อเราทำได้สักระยะแล้วหันหลังกลับไปดู เราอาจจะได้เจอรากฐานอะไรบางอย่างที่บอกได้ว่าเราจะเติบโตไปทางไหน เราอาจจะเจอความสามารถใหม่ๆ หรืออย่างน้อยๆ เราอาจจะอยากขอบคุณตัวเราในเวลานั้น ที่เริ่มทำอะไรสักอย่าง.. สักที